ปัญหาแบตเตอรี่รถยนต์ของรถเมื่อไม่ได้สตาร์ทนานๆ

%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c

ปัญหาแบตเตอรี่รถยนต์เป็นอีกหนึ่งคำถามที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องจอดรถไว้นานๆ มักจะมีคำถามมาถามว่าไม่ได้ใช้รถนานจะมีผลกับแบตเตอร์รี่รถยนต์ไหม คำตอบคือมีแน่นอนแต่จะมีผลมากแค่ไหนต้องแล้วแต่ปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพอากาศ สภาพแบตเตอร์รี่รถยนต์  ( แบตเตอรี่มิตรภาพ )

– ปัญหาแบตเตอรี่รถยนต์ชนิดกึ่งแห้ง

หากเป็นชนิดกึ่งแห้งหลายคนคงยังมีความกังวลว่า ไม่ได้ใช้รถนานจะมีผลกับปัญหาแบตเตอร์รี่รถยนต์ขนาดไหน คำตอบคือ มีผล แต่ผลที่ตามมาจะน้อยกว่าแบตเตอร์รี่แบบน้ำ เนื่องจากว่าน้ำกลั่นในแบตเตร์รี่รถยนต์ชนิดนี้จะระเหยช้ากว่าแบบน้ำ แต่ถ้าหากไม่ได้ใช้รถนานเกิน 7-10 วัน ก็ควรถอดขั้วแบตเตอร์รี่รถยนต์ออกเช่นกัน เพื่อป้องกันการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าจนแบตเตอร์รี่หมด  แบตเตอร์รี่ชนิดนี้เมื่อไม่ได้ใช้งานเวลานานก่อนใช้ก็จะต้องเติมน้ำกลั่นเหมือนกับแบตเตอร์รี่แบบน้ำกลั่นทุกประการ

– ปัญหาแบตเตอรี่รถยนต์ชนิดแห้ง

หากแบตเตอร์รี่รถยนต์ของคุณเป็นแบตเตอร์รี่ชนิดแห้ง ไม่ได้ใช้รถนานมีผลกับแบตเตอร์รี่รถยนต์ไม่มากนัก แต่ถ้าหากนานเกิน 3-4 เดือนขึ้นไป ก็ควรจะถอดขั้วแบตเตอร์รี่เช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการสตาร์ทไม่ติด แบตเตอร์รี่รถยนต์ชนิดนี้เป็นแบตเตอร์รี่ชนิดเดียวที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น หากไม่ได้ใช้รถนานแบตเตอร์รี่รถยนต์ประเภทนี้ไฟหมดก็ควรจะเปลี่ยนอย่างเดียวไม่เหมือนกับแบตเตอร์รี่ประเภทที่ต้องเติมน้ำกลั่นที่สามารถนำมาชาร์จไฟเพื่อใช้ซ้ำได้

– ปัญหาแบตเตอรี่รถยนต์ชนิดเติมน้ำกลั่น

หากไม่ได้ใช้รถนานต้องพิจารณาถึงแบตเตอร์รี่รถยนต์ที่คุณใช้อยู่นั้นเป็นแบบใด ชนิดน้ำ ชนิดกึ่งแห้ง หรือชนิดแห้ง หากเป็นแบตเตอร์รี่ชนิดน้ำที่ไม่ได้ใช้รถเกิน 4-5 วันควรถอดขั้วแบตเตอร์รี่รถยนต์ออกเพื่อตัดการจ่ายกระแสไฟ หากไม่ถอดขั้วแบตเตอร์รี่รถยนต์ออกอาจทำให้ไฟในแบตเตอร์รี่หมดได้ เมื่อไม่ได้ใช้รถเป็นเวลานานก่อนใช้รถสำหรับแบตเตอร์รี่ชนิดที่ต้องเติมน้ำกลั่นจะต้องเช็กน้ำกลั่นด้วย หากน้ำกลั่นพร่องไปจากเดิมต้องเติมให้เท่าปริมาณที่กำหนดไว้

Comments are closed.